นิตยสาร MODERN MOM

ปีที่ 15 ฉบับที่ 172 February 2010

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 15 ฉบับที่ 172 กุมภาพันธ์ 2553

Mom Interview 'แบม' จณิสตา จรูญสมิทธิ์  นมข้าวอะมิโนทางเลือกใหม่ของเด็กขี้แพ้(นม)  แนะวิธีลดความก้าวร้าวให้ลูกวัยซน  แป้งและน้ำตาลแม่ท้องกินอย่างไรให้สมดุล  For Well-Balanced เทคนิคเลี้ยงลูกแบบสมานฉันท์(ระหว่างพ่อแม่และย่ายาย)  10 สัญญาณเตือนผู้หญิง ...กำลังเสี่ยงเป็นมะเร็ง!  Blink Brain สร้างสมองดีให้ลูกด้วยสุนทรียศาสตร์  หลากเทคนิค 'เช็ด' จุดบอบบางให้เจ้าตัวน้อย  ซุปผัก เคล็ดลับช่วยเบบี้หม่ำผักให้ถูกปาก  11 กิจกรรม กระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารแม่และเด็กรายเดือน

ราคาบนปก : 75 บาท

ISSN : -

บริษัท : บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด

เว็บไซต์ : www.modernmommag.com

อีเมล : webmaster@momypedia.com

วางแผง : 1 กุมภาพันธ์ 2553

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร MODERN MOM ปีที่ 15 ฉบับที่ 172 กุมภาพันธ์ 2553 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

เนื้อหาเด่นในเล่ม

Modern Mom นิตยสารเลี้ยงลูกยอดนิยมของแม่ยุคใหม่ เพื่อความสมดุลของชีวิต เปิดแนวคิดใหม่ “Be Easy Be Modern Mom เลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องยาก” แนะแนวทางเลี้ยงลูกแบบเข้าใจง่ายให้กับคุณแม่มือใหม่ อีกทั้งยังตอบสนองความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการจัดสมดุลชีวิต (Well Balanced) โดยยังให้ความสำคัญกับลูกเป็นหลัก แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูแลตัวเอง การงาน และครอบครัวเป็นอย่างดี พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลที่หลากหลาย ใช้งานง่าย ผสานข้อมูลทางวิชาการกับประสบการณ์จริง เพื่อช่วยให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่าย... ปีที่ 15 ฉบับที่ 172 กุมภาพันธ์ 2553 ปก : แบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์ Website : www.modernmommag E-mail : mmm@raklukegroup.comEditor's talkสวัสดีค่ะคุณแม่Modern Mom ที่รักทุกท่าน Modern Mom ฉบับนี้สวยหวานไปกับคุณแม่คนใหม่ แบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์ พร้อมบทสัมภาษณ์ของเธอที่ผู้หญิงเก่งยุคนี้ต้องอ่านเพราะมีเคล็ดลับของการใช้ชีวิตคู่ที่รู้จักผ่อนบ้างตึงบ้างเป็นจังหวะ เธอบอกว่าการใช้ชีวิตคู่นั้น ไม่ได้ต้องการให้ผู้หญิงเก่งไปเสียทุกเรื่อง การเปิดโอกาสให้ผู้ชายของบ้านได้ภาคภูมิใจในบทบาทสามีและพ่อ ถือเป็นการจัดสมดุลย์ความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนและจำเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้(ที่บางครั้งพวกเราเหล่าworking mom ก็เก่งและประสบความสำเร็จกันเสียจนลืมที่จะลดความเก่งลง และพึงพิงเสียบ้าง) ส่วนคุณหมอพรรณพิมล ที่ปรึกษาประจำคอลัมน์ Well-Balanced ก็จะมาชวนหาทางออกกับครอบครัวที่มีปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยงหลาน เพราะบางครั้งแนวทางที่คนรุ่นใหม่อย่างเรากับญาติผู้ใหญ่ที่ช่วยเลี้ยงดูลูกก็เหมือนจะสวนทางกัน สงครามทางใจจึงค่อยๆก่อตัวขึ้นกลายเป็นความขัดแย้ง เพราะต่างมองกันคนละด้านคนละมุม แต่สุดท้ายล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือความรักความปรารถนาดีต่อเจ้าตัวน้อยของบ้าน ใครที่กำลังกระอักกระอ่วนกับปัญหานี้ คุณหมอมีคำแนะนำดีๆมาฝากกันค่ะ ส่วนคุณแม่คนใหม่เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงเพื่อมีอีกหนึ่งชีวิตในครรภ์ ฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างค่ะ และที่อยากให้กำลังใจคือการเตรียมทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อพร้อมสำหรับการให้นมลูกด้วยตนเอง คุณพยาบาลมีนะ สพสมัย เจ้ายุทธจักรด้านการรณรงค์เรื่องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะชวนไปรัฐฟลอริดากันค่ะ ครั้งนี้เป็นภาคต่อจากฉบับที่แล้ว ไปดูสิว่าเค้าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันมากมายขนาดไหน เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเองนะคะ ก่อนจากกันฉบับนี้ คุณแม่ MM อย่าลืมติดตามรายการทีวี Modern Mom ทางททบ.5 ด้วยนะคะ เราจะพบกันทุกวันเสาร์ เวลา 06.45- 07.10 น. ค่ะ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ สรัญญา โภคาลัย ผู้อำนวยการบริหารภาค My Baby•Be Easy Be Modern Mom• “เช็ค” เรื่องง่ายๆ ช่วยทำความสะอาด จุดบอบบางให้ลูกอ่อน •กระตุ้นกล้ามเนื้อมือลูกแข็งแรง รู้พัฒนาการมือของลูกพร้อมกิจกรรมส่งเสริมที่เหมาะกับวัย •นมข้าวอะมิโน เพื่อเด็กแพ้นมวัว คุยกับผู้คิดค้นนมสูตรใหม่ เพื่อเด็กแพ้นมวัวภาค My Toddler & Kid •Blink Brain ฝึกสมองจากหัวใจ สร้างสมอง (ดี) ให้ลูกด้วยสุนทรียศาสตร์ •เทคนิคลดความก้าวร้าวให้ลูก• “อ้วน” โรคนี้มีที่มาภาค Family Experience•บทสัมภาษณ์ Modern Mom แบม-จณิสตา จรูญสมิทธิ์ •งานแต่งงานครั้งที่ 2 ของยู่ยี่ เรื่องเล่าของยู่ยี่ถึงงานแต่งงานริมทะเลแสนโรแมนติกกับสามีคนเดิมภาค Beauty & Body•10 สัญญาณเตือนภัยมะเร็ง •กังวลผมร่วงหลังคลอดภาค My Belly •เมื่อแม่ท้องเป็นอีสุกอีใส•ความพอดีของแป้ง และน้ำตาลยามท้อง•New Change to be Mom เตรียมพร้อมรับมือรูปร่างเปลี่ยนภาค Well Balanced•New Well Balanced Mom แม่เลี้ยงลูก-ย่ายายเลี้ยงหลาน...อย่าทะเลาะกัน •New รู้จักฉัน รู้จักเธอ ความรักกับความใคร่ หญิงชายมองต่างมุม •Super Woman ผลพลอยได้จากการเป็น “แม่”ภาค Ask The Experts• อยากให้ลูกพูดเพราะ • โรคหัวใจรั่วในเด็ก • ลูกกินตับมากไปหรือเปล่า • ตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 ยังให้นมลูกคนแรกได้ไหม • ตัวบวมเพราะอะไรคอลัมน์เด่น 2 คอลัมน์****สร้างสมองด้วยสุนทรียศาสตร์ ****‘Blink Brain’ จะช่วยให้ลูกของคุณแม่ไวต่อความรู้สึกของตนเอง และคนอื่น ส่งผลให้ชีวิตมีความสุข ฉบับนี้คุณแม่จะรู้แล้วค่ะว่า นอกจากความสุขแล้ว สุนทรียศาสตร์จะช่วยกระตุ้นสมองและความฉลาดของลูกได้อย่างไร รับรองว่าไม่หลุดหัวใจสำคัญของ Blink Brain ที่บอกว่า ‘ฝึกสมองแต่เริ่มที่หัวใจ’ แน่นอนค่ะ ‘ประสาทสัมผัส’ คือจุดร่วมสมองของคนเรามี 2 ซีก แต่ละซีกทำงานต่างกันค่ะ สมองซีกซ้ายจะดูแลการทำงานของมือขวา เพราะฉะนั้น สมองซีกซ้ายจะทำงานเรื่องการเรียนรู้ภาษา เรียนรู้เลข ตรรกะวิทยา และความนึกคิดเป็นเหตุผล ขณะที่สมองซีกขวาควบคุมมือซ้าย จะดูแลเกี่ยวกับเรื่องศิลปะ ดนตรี ความรู้สึกนึกคิด ความซาบซึ้ง (สุนทรียศาสตร์) ในวรรณคดี ความรัก ความซื่อสัตย์ คุณธรรม มิติสัมพันธ์ เช่น รู้เรื่องมิติ ตื้น ลึก หนา บาง เป็นต้น การที่ลูกจะซาบซึ้ง สะเทือนใจ หรือมองเห็นความงามของสิ่งรอบตัวได้ขึ้นอยู่กับประสาทสัมผัส คือการป้อนข้อมูลให้สมองจากสิ่งแวดล้อม เมื่อลูกถูกกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งเข้าไปในสมอง กลายเป็นกระแสประสาท เป็นพลังงานไฟฟ้าเล็กๆ และสารเคมีหลั่งออกมา สมองก็จะสร้างเส้นใยแขนงประสาท และสร้างไขมันล้อมรอบหุ้มเส้นใยประสาท ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากมายในช่วง 6 ปีแรกค่ะ คุณแม่จะเห็นได้ว่า การที่ลูกมีสุนทรียศาสตร์นั้น รู้จักตัวเอง รู้จักพ่อแม่ รู้จักสื่อสาร เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น รู้อะไรควรไม่ควร ซึ่งแต่กิจกรรมหลายๆ อย่างก็ต้องต้องอาศัยสมองทั้ง 2 ส่วนทำงานร่วมกัน เรียนรู้ผ่าน ... Mirror Neuronนอกจากการทำงานของประสาทสัมผัสทั้ง 5 แล้ว การที่ลูกจะสัมผัสสุนทรียศาสตร์ได้ ยังมีเซลล์สมองส่วนที่เรียกว่า เซลล์กระจก ที่ทำการลอก (เรียน) เลียนแบบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยค่ะ เพราะสุนทรียศาสตร์เป็นเรื่องการตัดสินความชอบและความรู้สึก ที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจบางอย่าง ให้ลูกเรียนรู้สิ่งนั้นผ่านทางรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส คุณหมออุดม เพชรสังหาร แนะนำว่าเรื่องราวดีๆ เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับสองพี่น้องที่ดูแลกัน เสียสละให้กันและกัน พออ่านแล้วเกิดความรู้สึกที่ประทับใจ นี่แหละคือสุนทรียะที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น เซลล์กระจกเงาจึงเกี่ยวพันกับสุนทรียศาสตร์ คือ ข้อมูลที่ได้เห็น ได้ยินถูกส่งไปที่เซลล์กระจกเงา เซลล์กระจกเงาก็ตีความ จะเกิดปฏิกิริยาบางอย่างที่เกิดความรู้สึก แล้วส่งความรู้สึกของเราไปเชื่อมกับข้อมูลที่อยู่ในสมอง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ศตวรรษนี้การพัฒนาเด็กไม่ใช่การเลี้ยงลูกให้โตแต่ตัวแต่คิดไม่เป็น หรือฉลาดอย่างเดียวแต่นิสัยและพฤติกรรมไม่ดีแล้วล่ะค่ะ จุดมุ่งหมายของการเลี้ยงลูกศตวรรษนี้ก็คือ ลูกจะต้องมีร่างกายเจริญเติบโต มีจิตใจเป็นมนุษย์ มีความรู้สึกนึกคิดที่ดี มีทักษะทางอารมณ์ดี มีทักษะการสื่อสารคือ คิดเป็นทำเป็น แล้วก็ต้องแสดงออกเป็น ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะไม่เข้าใจเรา ต้องมีมนุษยสัมพันธ์เข้ากับคนอื่นได้ และสำคัญมากที่สุดคือ ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และมีพัฒนาการทางจิตวิญญาณรู้คุณค่าของชีวิต ซึ่งผลของสุนทรียศาสตร์ไม่ใช่แค่ความฉลาดอย่างเดียว แต่จะทำให้ลูกมีความเฉลียวเพิ่มขึ้นด้วยค่ะHead Start – Heart Startคำว่า Head Start เกิดขึ้นประมาณ ค.ศ.1960-70 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้นำและเจริญก้าวหน้า แต่ยังมีเด็กที่ด้อยโอกาสอยู่มากโดยเฉพาะที่อยู่ในเมือง ซึ่งมีทั้งเด็กในครอบครัวยากจนและเด็กมาจากครอบครัวชั้นกลางแต่พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลลูก เด็กเหล่านี้เมื่อเข้าโรงเรียนก็จะเรียนได้ไม่ดี ประกอบกับในช่วงเวลานั้น กำลังมีความสนใจเรื่องสมองและการพัฒนาสมองกันอย่างกว้างขวาง Head Start ในตอนนั้นจึงหมายถึงการส่งเสริมให้เด็กที่ขาดโอกาสมีโอกาสในการเริ่มต้นเรียนรู้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดเป็นโครงการให้รัฐต่างๆ ดำเนินการ แล้วก็ติดตามผลว่าเด็กที่ผ่านโครงการนี้ผลการเรียนรู้เป็นอย่างไร ไอคิวเป็นอย่างไร แรกๆ พบว่าเด็กที่อยู่ในโครงการไอคิวจะเพิ่มขึ้น แต่พอออกจากโครงการก็กลับไปเหมือนเดิม จนประมาณ ค.ศ.1980 รัฐล้มเลิกโครงการนี้ไป เพราะเห็นว่าไม่ได้ผลในระยะยาว ดังนั้น จึงมีนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเห็นว่า ถ้ามุ่งเน้นเรื่องสมองสติปัญญาความสามารถอย่างเดียวไม่พอ ต้องมาเน้นทางด้านจิตใจ บุคลิกภาพ และอารมณ์ด้วย ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาที่เดิมเป็นต้นฉบับของการทำโครงการ Head Start เพียงอย่างเดียวหันมาสนใจเรื่อง Heart Start ด้วย คือการพัฒนาให้เด็กมีหัวใจเป็น มนุษย์ มีจิตใจที่ใฝ่เรียนรู้ และต้องพัฒนาเด็กกันตั้งแต่แรกเกิด +++++++++++++++++++++++++++***10 สัญญาเตือนภัยมะเร็งที่ไม่ควรมองข้าม *** เรื่อง : ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์ ศูนย์มะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลลานนาปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย 10 สัญญาณเตือนต่อไปนี้ คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะเป็นอาการบ่งบอกว่ากำลังเผชิญหน้ากับโรคมะเร็งอยู่หรือไม่1. เลือดออกผิดปกติ ก้อนมะเร็งส่วนใหญ่จะมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมากกว่าอวัยวะปกติ เส้นเลือดเหล่านี้ไม่แข็งแรงและแตกง่าย ทำให้มีเลือดออกได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้น หาก... + เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เช่น เลือดออกระหว่างรอบเดือน เลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดประจำเดือนออกมากหรือนานกว่าปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจจะเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบมากในผู้หญิงไทย + เลือดที่ออกปนมากับอุจจาระ อาจจะเป็นอาการของโรคมะเร็งสำไล้ใหญ่ก็ได้ ไม่จำเป็นว่าออกจากโรคริดสีดวงทวารเสมอไป + เลือดที่ออกมาในปัสสาวะ อาจจะไม่ได้เกิดจากการเป็นนิ่ว แต่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและมะเร็งของไต + อาการไอเรื้อรังเกิน 3-4 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด หรือไอเป็นเลือด อาจเป็นอาการของมะเร็งปอดได้เช่นกัน การมีเลือดออกเพียงครั้งสองครั้งจากอวัยวะต่าง ๆ อาจจะไม่ได้มีอะไรผิดปกติ แต่ถ้าเป็นหลายครั้งหรือเป็นอยู่นาน อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรจะรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ2. เต้านมเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะคุ้นเคยกับเต้านมของตนเองดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตรวจเองอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งเต้านม ได้แก่ + ผิวเต้านมเป็นผื่นแดง หรือนูนหนากว่าปกติเป็นเวลาหลายสัปดาห์ + มีเลือด น้ำเหลืองหรือของเหลวผิดปกติออกมาจากหัวนม + หัวนมที่เคยยื่นออกมาถูกดึงรั้งหรือหดตัวเข้าไปในเต้านม ถ้ามีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมอย่างละเอียด แพทย์อาจทำการตรวจพิเศษ เช่น แมมโมแกรม หรืออัลตร้าซาวด์น ปัจจุบันการตรวจเต้านมด้วยรังสีระบบดิจิตอลที่เรียกว่า “Digital Mammogram” ให้ภาพคมชัดและละเอียดมากในการตรวจหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก3. ลำไส้แปรปรวน อาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารบางอย่างอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งในอวัยวะของระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อืดแน่นท้องเหมือนอาหารไม่ย่อยที่หาสาเหตุไม่ได้ กินยาลดกรดแล้วอาการก็ไม่ทุเลา อาจจะเป็นอาการของมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งรังไข่ ซึ่งอาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องเรื้อรัง รู้สึกอิ่มเร็ว หรืออืดแน่นท้องเร็วทั้ง ๆ ที่กินอาหารไม่มาก ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่บางคน อาจมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ดังนั้นถ้ามีอาการอืดแน่นท้องเกือบทุกวัน หรือเป็นอยู่นานหลายสัปดาห์ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ4. ผิวหนังเปลี่ยนแปลง ไฝและขี้แมลงวันที่มีขนาดโตขึ้น สีคล้ำดำขึ้น หรือมีเลือดออก อาจจะเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งผิวหนัง5. กลืนอาหารลำบาก ทั้งๆ ที่เปลี่ยนมากินอาหารเหลวหรือซุปต่างๆ แล้ว อาจเป็นอาการแสดงของมะเร็งในหลอดอาหาร6. ช่องปากมีฝ้า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ควรหมั่นสังเกต ถ้ามีฝ้าขาวภายในช่องปาก มีจุดขาวๆ หรือตุ่มเนื้อสีขาวบนลิ้น อาจเป็นความผิดปกติในระยะก่อนมะเร็งช่องปากที่เรียกว่า “Leukoplakia”7. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้หญิงบางคนอาจจะดีใจที่อยู่ๆ ก็ผอมลงโดยไม่ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ ถ้าน้ำหนักลดลงมากกว่า 5 กิโลกรัมต่อเดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งได้ แต่อย่างไรก็ตามอาจจะเกิดจากภาวะอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งก็ได้ เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น8. ต่อมน้ำเหลืองโต ถ้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ลำคอ หรือบริเวณอื่นๆ โตขึ้นนานกว่า 1 เดือน หรือโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีแนวโน้มว่าจะเล็กลง อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งของอวัยวะใกล้เคียง ที่แพร่กระจายมาที่ต่อมน้ำเหลือง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อก็ได้ แต่ถ้าหาสาเหตุไม่เจอ แพทย์อาจจะทำการตัดชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองไปตรวจเพิ่มเติม9. มีไข้ไม่ทราบสาเหตุ การมีไข้เรื้อรังโดยไม่ได้เป็นหวัดหรือมีการติดเชื้อใดๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของมะเร็งได้เช่นกัน การมีไข้มักเกิดจากมะเร็งแพร่กระจายออกไปจากอวัยวะที่เป็นมะเร็ง และอาจเป็นอาการหนึ่งของมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้10. อ่อนเพลียนานๆ อาการอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่งของมะเร็งเช่นกัน โดยอาจเป็นอาการเริ่มแรกของมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือโรคลิวคีเมีย และอาจเป็นอาการของมะเร็งที่ลุกลามมากแล้ว เช่น มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่บางชนิด มะเร็งเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรก อย่าละเลยสัญญาณเตือนภัยมะเร็งทั้ง 10 ประการนี้นะครับ ถ้าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนดังกล่าวแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุครับDid You Know…+ โรคมะเร็ง 5 อันดับแรกของผู้หญิงไทย จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ.2552 คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ + บางคนก็ยังมีความเข้าใจผิดว่ามะเร็งเป็นโรคของคนแก่หรือคนสูงวัย ในความเป็นจริงมะเร็งหลายชนิดเริ่มพบในวัยหนุ่มสาวและวัยทำงานแล้ว เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก + คนมักเข้าใจผิดว่ามะเร็งเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ถ้าเป็นแล้วตายลูกเดียว ซึ่งที่จริงแล้ว มะเร็งหลายชนิดรู้สาเหตุชัดเจน หรือตรวจหาเจอตั้งแต่ระยะก่อตัวหรือระยะเริ่มแรก จะสามารถหาวิธีป้องกัน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งการดำเนินชีวิตและการบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงได้ + ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมทุกๆ 2 ปี และสำหรับผู้หญิงอายุ 21 ปีขึ้นไป ควรมาตรวจภายในทุกปี ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นิตยสาร Modern Mom ฉบับที่ 172 กุมภาพันธ์ 2553 ปก : แบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์

ตัวอย่างภาพแฟชั่นในเล่ม โดย แบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์

นิตยสาร MODERN MOM

Mom Interview 'แบม' จณิสตา จรูญสมิทธิ์  นมข้าวอะมิโนทางเลือกใหม่ของเด็กขี้แพ้(นม)  แนะวิธีลดความก้าวร้าวให้ลูกวัยซน  แป้งและน้ำตาลแม่ท้องกินอย่างไรให้สมดุล  For Well-Balanced เทคนิคเลี้ยงลูกแบบสมานฉันท์(ระหว่างพ่อแม่และย่ายาย)  10 สัญญาณเตือนผู้หญิง ...กำลังเสี่ยงเป็นมะเร็ง!  Blink Brain สร้างสมองดีให้ลูกด้วยสุนทรียศาสตร์  หลากเทคนิค 'เช็ด' จุดบอบบางให้เจ้าตัวน้อย  ซุปผัก เคล็ดลับช่วยเบบี้หม่ำผักให้ถูกปาก  11 กิจกรรม กระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง

ดูฉบับทั้งหมด
ความคิดเห็น
เชิญให้คะแนนเล่มนี้
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงควรใช ้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ท่านสามารถแจ้งลบ ข้อความได้ที่ "แจ้งลบความคิดเห็นนี้" ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือแจ้งลบข้อความได้ที่ info@magazinedee.com
กติกาในการแสดงความคิดเห็น


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)